Username:
Password:

    

 


     สวัสดีครับทุกท่าน ฉบับนี้จะเป็นการพูดถึงส่วนประกอบของเทอร์โมคัปเปิ้ล โดยจะพูดถึงโครงสร้าง และลักษณะของเทอร์โมคัปเปิ้ลแบบต่างๆ โดยเทอร์โมคัปเปิ้ลแต่ละชนิด จะมีรูปร่างเหมือนกัน แต่จะแตกต่างกันเฉพาะโลหะ (Element) ที่ใช้ทำเท่านั้น เรามาดูส่วนประกอบสำคัญๆ กันเลยครับ


เทอร์โมคัปเปิ้ลและส่วนประกอบ

     ส่วนประกอบที่สำคัญ ในการใช้งานของเทอร์โมคัปเปิ้ลมีหลายส่วน แต่ละส่วนนับแต่ตัวเทอร์โมคัปเปิ้ลและส่วนประกอบอื่นๆ ก็ได้รับการออกแบบเพื่อให้เหมาะสมสะดวกกับสภาพที่จะนำไปใช้งาน และทำให้อายุการใช้งานยืดยาว


โครงสร้างของเทอร์โมคัปเปิ้ล


1. Thermocouple Element
     เป็นส่วนที่ประกอบด้วยเส้นลวดต่างชนิดกัน 2 เส้น เชื่อมปลายเข้าด้วยกัน เป็นจุดวัด (Measuring Junction) และหุ้มด้วยฉนวนซึ่งส่วนมากจะทำจากเซรามิก ส่วนปลายสายอีกด้านจะต่อเข้ากับจุด (Terminal) ใน Thermocouple Head

2. Metal Sheath
     เป็นเปลือกโลหะครอบ ป้องกันตัวเทอร์โมคัปเปิ้ลชั้นแรก มักเรียกอีกชื่อว่า “Primary Protecting Tube” มีเพื่อให้สภาพของเทอร์โมคัปเปิ้ลเป็นชุดเรียบร้อยแข็งแรง พร้อมสะดวกที่จะนำไปใช้งาน คู่สายของเทอร์โมคัปเปิ้ลจะประกอบอยู่ภายใน Metal Sheath ซึ่งประกอบด้วยกัน 3 แบบใหญ่ ๆ

     2.1 Exposed หรือ Bare Wire Junction เป็นแบบที่จุดวัดจะเปลือยอยู่นอก Sheath ตัว Sheath และฉนวน มักทำไว้ให้ขยับตัวได้ ให้ผลในการวัดรวดเร็ว ชำรุดเสียหายง่าย ไม่ทนต่อความดันหรือการไหล เพราะจุดวัด ไม่มีอะไรป้องกัน อายุการใช้งานจึงสั้นกว่าแบบอื่นๆ
      2.2 TC Wire Ground Junction แบบนี้คู่สายของเทอร์โมคัปเปิ้ล ส่วนที่เป็นจุดวัดนั้น จะเชื่อมติดกับ Sheath ใน Inert Gas แบบนี้จะทนความดัน การไหล หรือ ความเสียหายจากการถูกกระทบกระแทกได้ดีเนื่องจากมี Sheath หุ้มหมด ดังนั้น ผลในการวัดจะช้ากว่าแบบเปลือย แต่มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า การทำต้องเลือก Sheath และสายเทอร์โมคัปเปิ้ล ที่มีสัมประสิทธิ์การขยายตัวจากความร้อนที่เท่าๆ กัน ของเสียของโครงสร้างแบบนี้มีอยู่ครับ คือถ้าเทอร์โมคัปเปิ้ลแตะถูกกับส่วนที่มีกระแสไฟฟ้ารั่ว กระแสไฟฟ้าจะสามารถไหลเข้าไปในเส้นโลหะที่เป็น Thermocouple element ซึ่งมีผลต่อการวัด หรืออาจเข้าไปทำลายภาคอินพุทของตัวควบคุมอุณหภูมิได้
     2.3 Ungrounded หรือ Isolate Junction จุดวัดและสายจะถูกห่อหุ้มอยู่ภายใน Sheath และจุดวัดจะไม่สัมผัสกับ Sheath เลย ทำให้ผลของการวัดช้ากว่าทุกแบบ แต่ทนทานที่สุดและมีราคาแพงกว่าทุกแบบ ใช้กับบริเวณที่มีสนามไฟฟ้าได้ดีกว่าแบบอื่นๆ

Thermowell

       มีหน้าที่หลักอยู่คือ ป้องกันตัวเทอร์โมคัปเปิ้ลจากสภาวะการใช้งาน เช่น จากการแผ่รังสีจากสารที่กัดกร่อน หรือวัดในท่อที่มีอัตราการไหลสูง และเป็นการสะดวกที่จะถอด เทอร์โมคัปเปิ้ลเพื่อการซ่อมบำรุงโดยไม่มีผลต่อระบบ โดยมันจะเป็นตัวกลางไม่ให้สัมผัสกับของไหลโดยตรงและปิดกั้นความดัน หรือของไหล ไม่ให้รั่วออกจากท่อหรือระบบสู่ภายนอกมักทำเป็น 2 แบบคือ เป็นโลหะ และ แบบอโลหะ

Thermowell ลักษณะต่าง ๆ

     Thermowell ที่เป็นโลหะจะทนความเสียหายจากการถูกกระทบกระแทกจากวัสดุได้ดี และนิยมใช้ในกรณี Sheath ไม่ได้เป็นโลหะ เพื่อแก้จุดอ่อนของ Sheath

          •พวก Carbon Steel สามารถใช้กับงานได้อุณหภูมิถึง 700°C ในสภาวะที่เป็น Oxidizing Atmosphere
          •Austenitic Stainless Steel (500 Series) สามารถใช้กับอุณหภูมิได้สูงถึง 870°C ในสภาวะที่เป็น Oxidizing และ Reducing Atmosphere
          •Ferritic Stainless Steel (400 Series) สามารถใช้งานในอุณหภูมิ 975 ถึง 1150°C ในสภาพ Oxidizing หรือ Reducing Atmosphere

      Thermowell จำพวก Ceramic สามารถใช้กับอุณหภูมิสูงๆ ได้ดี เซรามิกส่วนใหญ่แล้วจะมี Mullite เป็นส่วนผสมที่สำคัญ ซึ่ง Mullite นี้จะเป็นตัวเสริมคุณสมบัติความ แข็งแรงทนทานทางเชิงกลและทางความร้อน (Thermal Shock) ได้ดีมาก สามารถใช้กับอุณหภูมิได้ถึง 1650 °C พวกซิลิคอนคาร์ไบท์ เป็น Thermo Well ที่ใช้กับสภาพที่สัมผัสกับเปลวไฟได้ดี

     Metal-Ceramic Thermowell “Cermets” จะผสมระหว่างโลหะและออกไซด์ของโลหะ ทำให้ทนต่อความชื้น, High Strength, ทนต่อการกัดกร่อนได้สูง


      เอาละครับทั้งหมดนี้เป็นความรู้เบื้องต้นให้เราพอจะรู้จักเทอร์โมคัปเปิ้ลดีขึ้น สำหรับเรื่องของเทอร์โมคัปเปิ้ลจบเพียงเท่านี้ครับ หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับหลายๆท่านนะครับ

 

 

Copyright © OMRON Electronics Co., Ltd.